โรคปอดอักเสบในผู้ใหญ่ (Pneumonia) อาการ สาเหตุ ภาวะแทรกซ้อน และการป้องกัน

doctor

โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของคนไทย และเป็นโรคติดเชื้อในปอดที่พบได้ในทุกวัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสติดเชื้อได้บ่อย และมีแนวโน้มเกิดอาการรุนแรงได้มากกว่า โดยผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงการติดเชื้อปอดอักเสบเริ่มสูงขึ้นอย่างน้อย 3 เท่าเนื่องจากภูมิคุ้มกันเสื่อมถอยตามวัย ความสามารถในการต่อสู้เชื้อโรคลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง [1,4]

โรคปอดอักเสบ คืออะไร

โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) หรือปอดบวม คือภาวะติดเชื้อบริเวณเนื้อปอดและถุงลม ทำให้มีของเหลวหรือหนองสะสมภายในถุงลม ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนของปอดลดลง ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการเหนื่อย หอบ และหายใจลำบาก [2,3]

สาเหตุของโรคปอดอักเสบในผู้ใหญ่

โรคปอดอักเสบเกิดจากเชื้อก่อโรคหลายชนิด [2,3]

  • เชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อนิวโมคอคคัส (Streptococcus pneumoniae) และเชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma pneumoniae)
  • เชื้อไวรัส เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่ เชื้อโควิด-19 และเชื้อ RSV
  • เชื้อรา เช่น เชื้อคริปโตคอคคัส (Cryptococcus) และเชื้อฮิสโตพลาสมา (Histoplasma)

เชื้อนิวโมคอคคัสกับโรคปอดอักเสบ

เชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส (Streptococcus pneumoniae) เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก และเชื้อนี้มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยแฝงตัวในโพรงจมูกและลำคอ โดยไม่แสดงอาการ [3,4,5,6,7]

แต่เมื่อร่างกายอ่อนแอ มีภูมิคุ้มกันลดลง หรือมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เชื้อนิวโมคอคคัสอาจแพร่ลงสู่ปอดจนเกิดปอดอักเสบ ในบางรายอาจแพร่สู่กระแสเลือด หรือก่อให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อันตรายถึงชีวิต และเชื้อนิวโมคอคคัสสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านสารคัดหลั่งหรือละอองฝอยจากการไอ จาม [8,17]

อาการโรคปอดอักเสบในผู้ใหญ่

ความรุนแรงและลักษณะอาการของโรคปอดอักเสบ ขึ้นอยู่กับเชื้อก่อโรค อายุ และภาวะสุขภาพของผู้ป่วย ซึ่งอาจมีอาการได้ตั้งแต่มีไข้ ไอ อ่อนเพลีย ไปจนถึงหายใจลำบาก หอบเหนื่อย และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ [3]

อย่างไรก็ตามในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาการอาจไม่ชัดเจน บางรายไม่มีไข้หรือไม่มีอาการไอ แต่มีอาการซึม สับสน รับประทานอาหารได้น้อยลง หรืออ่อนแรงกะทันหัน ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรง จำเป็นต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที[3,9]

โรคปอดอักเสบแตกต่างกับโรคทางเดินหายใจอื่นอย่างไร

โรคปอดอักเสบในระยะแรกอาจมีอาการคล้ายโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด-19 ทำให้แยกโรคจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ยาก โดยสามารถเปรียบเทียบลักษณะของแต่ละโรคได้ตามตารางต่อไปนี้ [10,11,12,13]

โรคเชื้อก่อโรคตำแหน่งที่ติดเชื้ออาการเด่น
ไข้หวัดไวรัสทั่วไปทางเดินหายใจส่วนบน
(จมูก, คอ)
- ไม่มีไข้หรือมีไข้ต่ำ ๆ
- ไอ หรือจาม มีน้ำมูก คัดจมูก
- อาการไม่รุนแรง หายเองได้
ไข้หวัดใหญ่ไวรัสอินฟลูเอนซา
(Influenza)
ทางเดินหายใจ
ส่วนบนและล่าง
- มีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น
- ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย
- อาการเกิดรวดเร็วและ
รุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป
หลอดลมอักเสบไวรัส หรือแบคทีเรียหลอดลม- ไม่มีไข้หรือมีไข้ต่ำ ๆ
- ไอเรื้อรัง มีเสมหะ
เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- หายใจมีเสียงหวีด
มักไม่ทำให้เกิดอาการหายใจ
ลำบากรุนแรง
โควิด-19ไวรัส SAR-CoV-2ทางเดินหายใจและ
ระบบอื่น
- มีไข้
- ไอ เจ็บคอ สูญเสียการรับรส/
กลิ่น
- การดำเนินโรคอาจต่างกันตาม
สายพันธุ์และระดับภูมิคุ้มกัน
ปอดอักเสบแบคทีเรีย ไวรัส
หรือเชื้อรา
เนื้อปอดและถุงลม- มีไข้สูง หนาวสั่น
- เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก
เจ็บหน้าอกขณะ หายใจหรือไอ
- ในผู้สูงอายุอาจพบอาการซึม
สับสน

หากมีอาการทางเดินหายใจที่ไม่ดีขึ้น มีไข้สูงต่อเนื่อง หรือเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ทันที เพื่อยืนยันสาเหตุ และรับการรักษาอย่างเหมาะสม

กลุ่มเสี่ยงต่อโรคปอดอักเสบรุนแรง

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคปอดอักเสบ และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ได้แก่

  • เด็กเล็ก อายุน้อยกว่า 5 ปี
  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
  • ผู้ป่วยติดเตียงหรือมีภาวะกลืนลำบาก [3,8]

คลิก ประเมินความเสี่ยงปอดอักเสบ

โรคปอดอักเสบรักษาอย่างไร

การรักษาพิจารณาตามชนิดของเชื้อก่อโรค ความรุนแรงของอาการ อายุ และภาวะสุขภาพของผู้ป่วย [3,9,14]

  • โรคปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อนิวโมคอคคัส รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ร่วมกับรักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาละลายเสมหะ หรือยาขยายหลอดลม
  • โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส ส่วนใหญ่รักษาตามอาการ และอาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสในบางกรณี

ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่อาการไม่รุนแรงสามารถรักษาแบบผู้ป่วยนอก และพักฟื้นที่บ้านได้ ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนานถึง 12 วัน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการต่อไปนี้ [3,15,16,17]

  • หายใจลำบาก หรือหอบเหนื่อยมาก
  • ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ
  • ไข้สูงต่อเนื่อง
  • ซึม หรือสับสน
  • รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อย
  • โรคประจำตัวกำเริบ
  • มีภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ

แนวทางป้องกันโรคปอดอักเสบในผู้ใหญ่

โรคปอดอักเสบป้องกันและลดความเสี่ยงได้ด้วย 2 แนวทางหลัก ดังนี้

ปรับพฤติกรรมและดูแลสุขอนามัย [3,9,19]

  • ล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ และสวมหน้ากากในที่แออัด หรือเมื่อใกล้ชิดผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ฝุ่นละออง และสารระคายเคืองที่ทำลายปอด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคปอดเรื้อรัง ให้คงที่ตามคำแนะนำของแพทย์

การรับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน [4,9,19,20,21,22]

  • วัคซีนปอดอักเสบนิวโมคอคคัส ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และการเสียชีวิตจากนิวโมคอคคัส โดยเฉพาะในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดกระตุ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกปี
  • วัคซีนโควิด-19 ควรฉีดประจำทุกปี โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • วัคซีนอาร์เอสวี (RSV) ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ความรุนแรง และการนอนโรงพยาบาลจากเชื้อไวรัส RSV โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ RSV เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง

เคยเป็นปอดอักเสบแล้ว เป็นซ้ำได้หรือไม่

ผู้ที่เคยรักษาหายแล้วยังคงมีโอกาสเป็นซ้ำได้ เนื่องจากโรคปอดอักเสบเกิดจากเชื้อก่อโรคหลายชนิด และการติดเชื้อครั้งก่อนไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อทุกสายพันธุ์ [2,9]

การป่วยซ้ำบ่อยครั้งอาจส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพปอด ทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้าลง และเพิ่มอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง [16]

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบ

1. โรคปอดอักเสบเป็นเพียงหวัดลงปอด

ไม่ถูกต้องทั้งหมด แม้อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้หวัด แต่โรคปอดอักเสบเป็นภาวะติดเชื้อที่เนื้อปอดและถุงลม ซึ่งส่งผลต่อการหายใจ และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัว [3,9]

2. ไม่มีไข้ แสดงว่าไม่เป็นโรคปอดอักเสบ

ไม่เสมอไป แม้ไข้จะเป็นอาการหลัก แต่ผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะสูงอายุหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจไม่มีไข้ แต่มีอาการอื่นแทน เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ซึมลง หรือสับสน [9]

3. โรคปอดอักเสบไม่สามารถติดต่อได้

ไม่ถูกต้องทั้งหมด โรคปอดอักเสบบางชนิดสามารถติดต่อได้ หากเกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่แพร่ผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ [3]

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบ (FAQ)

Q: โรคปอดอักเสบในผู้ใหญ่อันตรายหรือไม่?

A: โรคปอดอักเสบอาจเป็นอันตรายและรุนแรงถึงชีวิตได้ โดยไม่ได้ส่งผลเพียงอาการหายใจลำบาก หรือหอบเหนื่อยเท่านั้น แต่ยังอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะหายใจล้มเหลว และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง [3,4]

Q: โรคปอดอักเสบใช้เวลารักษานานหรือไม่?

A: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรง และภาวะสุขภาพของผู้ป่วย ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงมักดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวร่วม หรือมีอาการรุนแรงอาจใช้เวลารักษานานขึ้น [3,9]

Q: เป็นโรคปอดอักเสบ แต่ไม่ไอ ไม่มีไข้ เป็นไปได้หรือไม่?

A: เป็นไปได้ โดยเฉพาะสูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งอาจไม่มีอาการไอหรือไข้ชัดเจน แต่จะพบความผิดปกติอื่นแทน เช่น อ่อนเพลีย ซึม สับสน หรือหายใจเหนื่อย หากพบอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย [3,18]

ที่มาของข้อมูล:
  1. สถิติสาธารณสุข. (2567). Public Health Statistics A.D. 2024
  2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Pneumonia [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://www.cdc.gov/pneumonia/about/index.html
  3. American Lung Association. Learn About Pneumonia [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://www.lung.org/lung-health-diseases/lung-disease-lookup/pneumonia/learn-about-pneumonia
  4. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). About Pneumococcal Disease [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://www.cdc.gov/pneumococcal/about/index.html
  5. L. Peto, et al.Trans R Soc Trop Med Hyg 2014; 108: 326–337
  6. Reechaipichitkul W, et al. Southeast Asian J Trop Med Public Health 2005;36:156-61.
  7. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Chapter 17: Pneumococcal Disease [Internet]. [cited 2026 May 24]. Available from: https://www.cdc.gov/pinkbook/hcp/table-of-contents/chapter-17-pneumococcal-disease.html
  8. สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย. โรคไอพีดี (IPD) [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://www.pidst.or.th/A744.html
  9. National Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI). Pneumonia [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://www.nhlbi.nih.gov/health/pneumonia
  10. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Cold Versus Flu [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://www.cdc.gov/flu/about/coldflu.html
  11. National Institutes of Health (NIH). Cold, Flu, or Allergy? [Internet]. 2014 [cited 2026 May 19]. Available from: https://newsinhealth.nih.gov/2014/10/cold-flu-or-allergy
  12. National Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI). Bronchitis [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://www.nhlbi.nih.gov/health/bronchitis
  13. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Symptoms of COVID-19 [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://www.cdc.gov/covid/signs-symptoms/index.html
  14. กรมควบคุมโรค. โรคปอดบวม, โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=21
  15. World Health Organization (WHO). Pneumonia [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://www.who.int/health-topics/pneumonia
  16. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. คู่มือการพยาบาลผู้สูงอายุโรคปอดอักเสบ [Internet]. กรุงเทพมหานคร: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล; 2020 [cited 2026 May 19]. Available from: https://www2.si.mahidol.ac.th/division/nursing/sins/index.php/th/13-manual/811-manual-2020-05-20
  17. Ostermann H, et al. BMC Pulmonary Medicine 2014;14:36
  18. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Pneumococcal Disease Symptoms and Complications [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://www.cdc.gov/pneumococcal/signs-symptoms/index.html
  19. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Pneumonia Prevention and Control [Internet]. [cited 2026 May 19]. Available from: https://www.cdc.gov/pneumonia/prevention/index.html
  20. สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ พ.ศ. 2569 [Internet]. [cited 2026 July 9]. Available from: https://idthai.org/Contents/Views/?d=!17!9!!1099
  21. DDC. Guidelines for Coadministration the Annual COVID-19 Vaccine and the Seasonal Influenza Vaccine for 2023. Available at https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1425120230519065702.pdf. Accessed Feb 2026
  22. National Health Service (NHS). RSV vaccine [Internet]. [cited 2026 May 24]. Available from: https://www.nhs.uk/vaccinations/rsv-vaccine/

PP-PNR-THA-0400

Share this
Facebook